การเตร ยมต นฉบ บเพ อต พ มพ ลงในวารสารแพทย นาว วารสารแพทย นาว วารสารแพทย นาว เป นวารสารของกรมแพทย ทหารเร อท ม ระบบการประเม นบทความต นฉบ บโดย ผ ทรงค ณว ฒ (Peer Review) ท ได ร บการแต งต งจากกรมแพทย ทหารเร อ อย างน อยเร องละ 2 ท าน ด วยว ธ การ ป ดบ งช อผ ประเม นและผ เข ยนบทความ นโยบายของกองบรรณาธ การ 1. ต นฉบ บท ผ เข ยนส งมาเพ อการพ จารณาจะต องไม เคยต พ มพ ในวารสารใดวารสารหน งมาก อน 2. ต นฉบ บท ผ เข ยนส งมาเพ อการพ จารณาต องไม อย ระหว างเสนอขอต พ มพ ในวารสารอ น 3. เน อหาในต นฉบ บควรเก ดจากการส งเคราะห ความค ดข นโดยผ เข ยนเองไม ได ลอกเล ยนหร อต ดทอนมา จากผลงานว จ ยของผ อ นหร อจากบทความอ นโดยไม ได ร บอน ญาตหร อปราศจากการอ างอ งท เหมาะสม 4. ผ เข ยนต องเข ยนต นฉบ บตามร ปแบบของต นฉบ บตามข อกาหนดในระเบ ยบการส งต นฉบ บ 5. ผ เข ยนได แก ไขความถ กต องของเร องท ส งมาต พ มพ ตามข อเสนอแนะของผ พ จารณากล นกรอง (Peer Review) แล ว 6. หล งจากผ เข ยนได แก ไขเร องแล วกองบรรณาธ การได ทาการตรวจสอบความถ กต องอ กคร งหน ง คาแนะนาในการเตร ยมต นฉบ บ กองบรรณาธ การได กาหนดระเบ ยบการส งต นฉบ บไว ให ผ เข ยนย ดเป นแนวทางในการส งต นฉบ บส าหร บการ ต พ มพ ลงวารสารแพทย นาว และกองบรรณาธ การสามารถตรวจสอบต นฉบ บก อนการต พ มพ เพ อให วารสารม ค ณภาพสามารถนาไปใช อ างอ งได 1. ประเภทของบทความได แก 1.1 น พนธ ต นฉบ บ (Original article) ได แก บทความผลงานว จ ยท ท าข นใหม ม ห วข อตามล าด บ ด งน 1) ช อเร อง ท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ 2) ช อผ เข ยน ท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ พร อมระบ ตาแหน งทางว ชาการ 3) ท อย หร อหน วยงานส งก ดของผ เข ยนให ระบ ท อย ระบ ช อหน วยงานหร อสถาบ นและ E-mail ของผ เข ยน 4) บทค ดย อเข ยนท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษเข ยนสร ปสาระสาค ญของเร องอ านและเข าใจง าย บทค ดย อภาษาไทยรวมก บบทค ดย อภาษาอ งกฤษ ไม เก น 300 ค า หร อ 1 หน ากระดาษA4 โดยให น าบทค ดย อ ภาษาไทยข นก อนบทค ดย อภาษาอ งกฤษ (Abstract) โดยบทค ดย อภาษาไทยและภาษาอ งกฤษต องม เน อหาตรงก น ใช อ กษรต วตรงจะใช ต วเอนเฉพาะศ พท ว ทยาศาสตร 5) คาสาค ญ ระบ คาสาค ญภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ ใส ไว ท ายบทค ดย อ ไม ควรเก น 5 คา 6) บทนา เป นส วนของเน อหาท บอกความเป นมาและเหต ผลนาไปส การศ กษาว จ ยและควรอ างอ ง งานว จ ยอ นท เก ยวข องประกอบด วย 7) ว ตถ ประสงค ให ช แจงถ งจ ดม งหมายของการศ กษา 8) ว ธ การศ กษาต นฉบ บด านว ทยาศาสตร ควรอธ บายเก ยวก บเคร องม ออ ปกรณ สารเคม และว ธ การ ท ใช ในการว จ ยต นฉบ บด านส งคมศาสตร ควรอธ บายว ธ ด าเน นการว จ ยโดยกล าวถ งว ธ การส มกล มท มาของ กล มแหล งท มาของข อม ลการเก บและรวบรวมข อม ลการใช เคร องม อสถ ต ท ใช ในการว จ ยและการว เคราะห ข อม ล 9) ผลการศ กษา เป นการเสนอส งท ได จากการว จ ยเป นลาด บอาจแสดงด วยตาราง กราฟ แผนภาพ ประกอบการอธ บาย ท งน ถ าแสดงด วยตารางควรเป นตารางแบบไม ม เส นขอบตารางด านซ ายและขวา ห วตาราง
แบบธรรมดาไม ม ส ตารางควรม เฉพาะท จาเป น ไม ควรม เก น 5 ตาราง สาหร บร ปภาพประกอบควรเป นร ปท ช ดเจน และม คาบรรยายใต ร ป 10) สร ปผลการศ กษาและข อเสนอแนะ เป นการสร ปผลท ได จากการว จ ยควรม การอภ ปราย ผลการว จ ยว าเป นไปตามสมมต ฐานท ต งไว หร อไม เพ ยงใดและควรอ างทฤษฎ หร อเปร ยบเท ยบการทดลองของผ อ นท เก ยวข องประกอบ เพ อให ผ อ านเห นด วยตามหล กการหร อค ดค านทฤษฎ ท ม อย เด ม รวมท งแสดงให เห นถ งการน าผล ไปใช ประโยชน และการให ข อเสนอแนะสาหร บการว จ ยในอนาคต 11) ก ตต กรรมประกาศเป นการแสดงความขอบค ณแก ผ ท ช วยเหล อให งานว จ ยสาเร จล ล วงไปด วยด เพ ยงส นๆ (อาจม หร อไม ม ก ได ) 12) เอกสารอ างอ งเป นการอ างอ งเอกสารในเน อหาให ใช ระบบแวนค เวอร (Vancouver style) ไม ควรเก น 25 รายการ ให ย ดหล กเกณฑ ตามข อ 7. 1.2 บทความฟ นฟ ว ชาการ (Review articles) เป นบทความท เข ยนจากการรวบรวมความร เร องใด เร องหน ง โดยเฉพาะจากวารสารต างๆ ท งในและต างประเทศ นามาว เคราะห ว จารณ เปร ยบเท ยบเพ อให เก ดความ กระจ างในเร องน นย งข น ควรเป นบทความท ให ความร ใหม รวบรวมส งตรวจพบใหม หร อเร องท น าสนใจท ผ อ าน น าไปประย กต ได ประกอบด วยบทค ดย อภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ ค าส าค ญ บทน า เน อหา ว จารณ บทสร ป และเอกสารอ างอ ง 1.3 ว จ ยส งประด ษฐ (Innovations) กล าวถ งส งประด ษฐ ซ งจะเน นรายละเอ ยดของส วนประกอบ และการทดลองใช ส งประด ษฐ ข อด ข อเส ย ท เก ดข นโดยม การทดลองตามข นตอน ม สถ ต สน บสน นว จารณ เหม อนก บ เข ยนน พนธ ต นฉบ บ 1.4 รายงานผ ป วย (Case reports) เป นผ ป วยท น าสนใจต างๆ ประกอบด วย บทค ดย อภาษาไทย และภาษาอ งกฤษ คาสาค ญ บทนา รายงานผ ป วยม ประว ต การตรวจร างกาย ผลการตรวจทางห องปฏ บ ต การต างๆ เสนอข อค ดเห น สร ป ว จารณ และเอกสารอ างอ ง 2. ขนาดของต นฉบ บ พ มพ หน าเด ยวบนกระดาษขนาดเอ4 จ ดพ มพ ด วยโปรแกรมไมโครซอฟท เว ร ด (Microsoft word) โดยใช ร ปแบบอ กษร TH SarabunPSK ขนาด 15 พ มพ แบบเสมอหน า-หล ง (Justified) เว น ระยะขอบท กด านของหน ากระดาษอย างน อย 1 น ว และให ใส เลขหน าท กหน าท ห วม มบนขวา ความยาวบทความ ไม ควรเก น 12 หน า 3. การส งบทความต นฉบ บ สามารถส งไฟล ทางอ เมล หร อส งต นฉบ บ 1 ฉบ บ พร อมแผ น CD ท บ นท กไฟล แล วท สาน กงานโดยตรง หร อส งทางไปรษณ ย ท บรรณาธ การวารสารแพทย นาว กองว ทยาการ ศ นย ว ทยาการ กรมแพทย ทหารเร อ 504/56 ถนนสมเด จพระเจ าตากส น แขวงบ คคโล เขตธนบ ร กร งเทพฯ 10600 โทร : 0 2475 2808 โทรสาร : 0 2475 2708 E-mail :nmdjournal@gmail.com 4. การตรวจแก ไขและยอมร บการต พ มพ การต ดต อผ เข ยนเพ อการตรวจแก ไขหร อตอบร บ/ปฏ เสธการต พ มพ จะกระท าผ านทางอ เมล ของ ผ เข ยน เร องท ผ านการพ จารณาให ต พ มพ จากผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก อย างน อย 2 ท าน จ งจะยอมร บให ต พ มพ ในวารสาร
กองบรรณาธ การขอสงวนส ทธ ในการตรวจแก ไขเร องท จะส งไปลงพ มพ ท กเร องตามท เห นสมควร ใน กรณ จาเป นจะส งต นฉบ บท แก ไขแล วค นผ เข ยนเพ อขอความเห นชอบอ กคร งก อนพ มพ 5. เกณฑ การประเม นบทความ กองบรรณาธ การจะพ จารณาบทความเบ องต นเก ยวก บความถ กต องของร ปแบบท วไป ถ าไม ผ านการ พ จารณาจะส งกล บเพ อทาการแก ไข ถ าผ านจะเข าส กระบวนการพ จารณาของผ ทรงค ณว ฒ ภายนอก หล งจากน นจะ ส งผลการอ านประเม นค นผ เข ยนให เพ มเต มแก ไขหร อพ มพ ต นฉบ บใหม แล วแต กรณ และเม อบทความได ร บการ ต พ มพ ผ เข ยนจะได ร บวารสารแพทย นาว ฉบ บท ได ร บการต พ มพ จานวน 1 ฉบ บ 6. การอ างอ งในเน อเร อง หากอ างผลงานหร อค ดลอกข อความของผ แต งคนใดคนหน งโดยเฉพาะ การ อ างอ งให ใส หมายเลขกาก บไว ด านบน (ต วยก) ท ข างท ายของช อเจ าของผลงานหร อข อความท ค ดลอกมา ไม ต องใส วงเล บต วเลข โดยต วเลขน นๆ หมายถ ง ลาด บท ของการเร ยงเอกสารอ างอ งไว ข างท ายบทความ การเร ยงหมายเลข ให เร มต นด วยเลข 1 ซ งให ตรงก บหมายเลขของเอกสารอ างอ งท ายข อความน น แล วเร ยงล าด บไปเร อยๆ หากม การ อ างอ งหร อม การค ดลอกข อความน นซ าอ ก ให ใช หมายเลขเด ม 7. เอกสารอ างอ ง ท ใช อ างอ งในเน อเร อง และบรรณาน กรมท ใช ประกอบและประมวลในการเข ยน แต ไม ได อ างอ งในเน อเร อง ให ย ดหล กเกณฑ ด งน เร ยงลาด บเอกสารภาษาไทยก อนภาษาอ งกฤษ การย อช อสารสารใช ตาม Index Medicus รายช อผ เข ยนภาษาอ งกฤษให เร มต นด วยนามสก ลของผ เข ยนคนแรก ตามด วยอ กษรต วแรกของช อ ต นและช อกลางไม ต องใส เคร องหมายวรรคตอนต อท ายนามสก ลใช เคร องหมาย, หล งช อท กคนหากผ เข ยนม มากกว า 6 คน ให ใส ช อ 6 คนแรกแล วตามด วย และคณะหร อ et al. การเข ยนเอกสารอ างอ ง หน งส อ ช อผ แต ง. ช อหน งส อ.คร งท พ มพ.สถานท พ มพ : สาน กพ มพ ; ป ท พ มพ. 1. ส วล ศ ร ไล.จร ยศาสตร สาหร บพยาบาล.พ มพ คร งท 13. กร งเทพฯ: สาน กพ มพ แห งจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย; 2556. 2. ป ยะน ช ร กพาณ ชย, ภ ทราว ธอ นทรกาแหง, ว ศาล ค นธาร ตนก ล. การทบทวนองค ความร และ เทคน คการเคล อนไหวและการออกกาล งกายเพ อส ขภาพของหลอดเล อดห วใจ. กร งเทพฯ: น วธรรมดาการพ มพ (ประเทศไทย); 2544. 3. Varma R. Essentials of eye care. Philadelphia: Lippincott-Raven; 1997. 4. Huai P, Xun H, Reilly KH, et al. Physical Activity and Risk of Hypertension: A Meta-Analysis of Prospective Cohort Studies. Hypertension; 2013. อ างเป นบทความจากหน งส อหร อตารา ช อผ แต ง. ช อหน งส อ.ในใส ช อผ เข ยน(บรรณาธ การ). ช อหน งส อ. เม องท พ มพ : สาน กพ มพ, ป ท พ มพ : หน าแรก-หน าส ดท ายของเร อง. ช มพล ว องวาน ช และคณะ.Venous ulcer.ใน พรพรหม เม องแมน, ณ ฐพล ส นตระก ล, ประย ทธ ศ ร วงษ และคณะ (บรรณาธ การ). ศ ลยศาสตร ท วไป 10: current problems in surgery. กร งเทพฯ: โฆส ตการพ มพ ; 2552. หน า 89-109.
ว ทยาน พนธ /ด ษฎ น พนธ ช อผ แต ง. ช อว ทยาน พนธ. [ว ทยาน พนธ มหาบ ณฑ ต/ว ทยาน พนธ ด ษฎ บ ณฑ ต].ช อสถาบ นการศ กษา; ป ท พ มพ. ส ม จฉรา มานะช วะก ล.ป จจ ยทานายความเคร ยดของมารดาในการเล ยงด บ ตรว ยขวบป แรก. [ว ทยาน พนธ พยาบาลศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาการพยาบาลเด ก].มหาว ทยาล ยมห ดล; 2555. รายงานจากการประช มทางว ชาการ (Proceedings) ช อผ แต ง. ช อเร อง.ใน ช อการประช ม; ว นเด อนป ท จ ดประช ม; สถานท จ ด. เม องท จ ดพ มพ : สาน กพ มพ ; ป ท พ มพ. เลขหน าแรก-หน าส ดท ายของเร อง. ประเสร ฐ ไตรร ตน วรก ล. Leg ulcer: arterial and venous, current trends in wound healing. ในเอกสารการประช มว ชาการเร อง Advancing Chronic Wound Care: Theory and Practice. ศ นย การศ กษาต อเน องทางการพยาบาลรามาธ บด ภาคว ชาพยาบาลศาสตร คณะ แพทยศาสตร โรงพยาบาลรามาธ บด. กร งเทพฯ: มหาว ทยาล ยมห ดล; 2551. หน า 59-97. วารสาร (Journal) ช อผ แต ง. ช อเร องในวารสาร. ช อย อวารสารป ;ป ท พ มพ (ฉบ บท พ มพ ):หน าท อ างถ ง หน าแรก-หน า ส ดท ายของเร อง. 1. นภาศ ร โชต แก ว, ว ภา แซ เซ ย. ค ณภาพช ว ตและป จจ ยท เก ยวข องก บค ณภาพช ว ตของผ ป วยท ม แผลเล อดดาค งท ขา หล งได ร บการร กษาด วยการพ นผ า. วารสารพยาบาลสงขลานคร นทร 2554;31(3):1-15. 2. Bergqvist D, Lindholm C, Nelzen O. Chronic leg ulcers: the impact of venous disease. JVascSurg 1999;29(4):752-755. หน งส อพ มพ ช อผ แต ง. ช อเร อง.ช อหน งส อพ มพ ว นเด อนป ท พ มพ ;คอล มน หร อ section: หน าแรก หน า ส ดท าย. รวยเล ศญ เล ศส ร ยะก ล. เล อนการเล อกต งตามกฎหมาย. เดล น วส 20 ธ นวาคม 2556; กฎหมาย ท องถ น: หน า 26. ส อหร อว สด อ เล กทรอน กส ช อผ แต ง. ช อเร อง. ช อวารสาร [ประเภทของส อ].[ป เด อน ว น ท อ างอ ง].แหล งท มา: address ของ แหล งสารสนเทศ 1. ไทท ศน ค มภ ระพ นธ. ค ม อปฏ บ ต การในเร อ. [อ นเตอร เน ต].[เข าถ งเม อ 19 กรกฎาคม 2556]. แหล งท มา: http://www.marinerthai.com. 2. Norwegian Centre for maritime medicine. Textbook of Maritime Medicine. 2010. In: Preface [Internet]. [cited 2012 May 12]. Available from: http://textbook.ncmm.no.
8. ล ขส ทธ ต นฉบ บท ได ร บการต พ มพ ในวารสารกรมแพทย ทหารเร อถ อเป นกรรมส ทธ ของกรมแพทย ทหารเร อ ห ามน าข อความท งหมดหร อบางส วนไปพ มพ ซ าเว นเส ยแต ว าจะได ร บอน ญาตจากกรมแพทย ทหารเร อเป นลาย ล กษณ อ กษร 9. ความร บผ ดชอบ เน อหาต นฉบ บท ปรากฏในวารสารเป นความร บผ ดชอบของผ เข ยนท งน ไม รวมความผ ดพลาดอ นเก ด จากเทคน คการพ มพ...